เกี่ยวกับโครงการ

(About the Campaign)

ที่มาโครงการ: 
เมื่อการพักผ่อนคือการฟื้นฟู และทุกการเดินทางล้วนมีความหมาย

ในยุคที่จังหวะชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ภาระหน้าที่ และความกดดันที่รายล้อม ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับสภาวะเหนื่อยล้าสะสมและแทบไม่มีเวลาได้หยุดพักทบทวนตัวเอง การท่องเที่ยวแบบเดิมที่เน้นเพียงการเปลี่ยนสถานที่เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายเพียงชั่วคราว อาจไม่สามารถตอบโจทย์การเยียวยาจิตใจได้อย่างสมบูรณ์ โครงการ Cherish Andaman จึงถือกำเนิดขึ้นจากการตกผลึก 2 แนวคิดสำคัญ ที่จะมาเปลี่ยนนิยามการเดินทางของคุณให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

  • Rest to Reset (พักกาย ฮีลใจ เพื่อปรับสมดุลชีวิต) การพักผ่อนในบริบทนี้ คือ "การพักผ่อนเชิงลึก" (Deep Rest) ที่เปิดโอกาสให้คุณได้อนุญาตให้ตัวเองหยุดพักอย่างแท้จริง ปล่อยให้ความเงียบสงบของผืนน้ำ เกลียวคลื่น และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชุมชนอันดามัน ช่วยบำบัดจิตใจที่เหนื่อยล้า เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ให้ร่างกายและรีเซ็ต (Reset) ความรู้สึก เพื่อให้คุณพร้อมกลับไปเผชิญโลกกว้างด้วยพลังงานบวกและสมดุลชีวิตที่ดีขึ้น

  • Go Somewhere with Reason (ออกเดินทางอย่างมีเหตุผลและเป้าหมาย) เราเชื่อว่าทุกการออกเดินทางจะทรงคุณค่าที่สุด เมื่อเรามี "เหตุผล" ในการก้าวเดิน ไม่ว่าเหตุผลนั้นจะเป็นการออกไปเพื่อบอกรักและให้รางวัลตัวเอง การเปิดใจเรียนรู้ภูมิปัญญาใหม่ๆ จากปราชญ์ชาวบ้าน หรือการไปเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและสนับสนุนเศรษฐกิจให้คนในท้องถิ่น การเดินทางที่มีเป้าหมายชัดเจน จะช่วยเติมเต็มความรู้สึกว่างเปล่าในจิตใจ และเปลี่ยนทริปธรรมดาให้กลายเป็นความทรงจำที่มีความหมาย

ด้วย 2 แนวคิดนี้ โครงการ Cherish Andaman จึงไม่ใช่แค่การชวนคุณออกไปเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดรับให้ทุกคนได้ก้าวออกไป "พักเพื่อฟื้นฟูตัวเอง และเดินทางเพื่อสร้างความหมายให้ชุมชน" อย่างแท้จริง

การผสานพลังเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

ททท. x Local Alike

โครงการ Cherish Andaman เกิดขึ้นจากการหลอมรวมวิสัยทัศน์และจุดแข็งของสององค์กร ที่มีความมุ่งมั่นเดียวกันในการเปลี่ยนผ่านการท่องเที่ยวไทย สู่การเดินทางที่สร้างคุณค่าอย่างแท้จริง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) : ผู้นำวิสัยทัศน์ด้านการท่องเที่ยวคุณภาพ ในฐานะองค์กรหลักที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ ททท. ได้เดินหน้าผลักดันนโยบายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) และมุ่งกระตุ้นให้นักเดินทางหันมาใส่ใจรูปแบบการท่องเที่ยวที่สร้างสรรค์ ททท. จึงเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมแนวคิด "Rest to Reset" และ "Go Somewhere with Reason" เพื่อยกระดับให้กลุ่มจังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน เป็นจุดหมายปลายทางของการพักผ่อนเชิงสุขภาวะ (Wellness & Mindful Destination) ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเติมเต็มพลังใจไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม

Local Alike (โลเคิล อไลค์) : สะพานเชื่อมความสุขสู่ชุมชน ในฐานะกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน Local Alike ทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงระหว่างนักท่องเที่ยวและชาวบ้าน โดยลงพื้นที่ทำงานคลุกคลีกับทั้ง 12 ชุมชนในจังหวัดกระบี่ พังงา และตรัง เพื่อดึงอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และความงดงามของแต่ละพื้นที่ ออกมาออกแบบเป็นเส้นทางและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และคงไว้ซึ่งความเคารพต่อวิถีดั้งเดิม

เมื่อวิสัยทัศน์ระดับชาติ บรรจบกับการลงมือทำระดับชุมชน ความร่วมมือระหว่าง ททท. และ Local Alike ในแคมเปญนี้ จึงไม่ใช่เพียงการโฆษณาส่งเสริมการท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นการสร้าง "ระบบนิเวศทางการท่องเที่ยวแบบเกื้อกูล" (Tourism Ecosystem) ที่ผนึกกำลังตั้งแต่ระดับนโยบาย ไปจนถึงผู้ประกอบการ โรงแรม และปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกรอยเท้าที่ก้าวเดินไปบนผืนทรายและทุกยอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว จะแปรเปลี่ยนเป็นรายได้ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจฐานราก และเป็นต้นทุนสำคัญในการปกป้องผืนป่าชายเลนและท้องทะเลอันดามันให้งดงามตราบสืบไป

เป้าหมายความยั่งยืน

สร้างผลกระทบเชิงบวก เพื่อชุมชนและโลกใบนี้

โครงการ Cherish Andaman ไม่ได้วัดความสำเร็จเพียงแค่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น แต่วัดจาก "คุณค่า" ที่ถูกส่งมอบกลับคืนสู่พื้นที่ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืนใน 2 มิติหลัก ดังนี้

1. ผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคม (Socio-Economic Impact) เป้าหมายของเราคือการใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งจากภายในชุมชน

  • กระจายรายได้สู่ฐานรากโดยตรง: ทุกการจองแพ็กเกจท่องเที่ยว การอุดหนุนมื้ออาหาร หรือการซื้อสินค้าที่ระลึก คือรายได้ที่ส่งตรงถึงมือชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน กลุ่มแม่บ้าน หรือช่างฝีมือท้องถิ่น ช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจชุมชนอย่างแท้จริง

  • สร้างงานและยกระดับคุณภาพชีวิต: การท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างยั่งยืนช่วยกระตุ้นให้เกิดอาชีพใหม่ๆ ในพื้นที่ เช่น นักสื่อความหมายท้องถิ่น (Local Guide) ทำให้คนรุ่นใหม่มีรายได้และสามารถกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเองได้

  • สืบสานภูมิปัญญาและวัฒนธรรม: เมื่อนักท่องเที่ยวให้ความสนใจและเห็นคุณค่าในวิถีชีวิตดั้งเดิม เช่น การทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ หรือการต่อเรือหัวโทงจำลอง จะเป็นแรงผลักดันและกำลังใจสำคัญให้ชุมชนร่วมกันอนุรักษ์อัตลักษณ์เหล่านี้ไว้ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา

2. ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact) เราเชื่อว่าการท่องเที่ยวที่ดีต้องไม่ทิ้งภาระไว้ให้ธรรมชาติ แต่ต้องช่วยฟื้นฟูและปกป้องให้งดงามกว่าเดิม

  • ฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง: ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (CSR) ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือทำจริง เช่น การร่วมปลูกป่าชายเลนเพื่อเป็นแนวป้องกันชายฝั่ง การเก็บขยะลดมลพิษ และการปล่อยลูกปูม้าหรือปูแสมคืนสู่ธรรมชาติเพื่อรักษาความสมดุลของห่วงโซ่อาหาร

  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism): สนับสนุนให้ชุมชนจัดกิจกรรมที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด

  • เปลี่ยนผู้พึ่งพา เป็นผู้พิทักษ์ผืนป่า: เมื่อธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ชุมชนจะเกิดความตระหนักรู้ หวงแหน และร่วมมือกันเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ปกป้องผืนป่า ป่าโกงกาง และสายน้ำอย่างเข้มแข็งด้วยตัวพวกเขาเอง

ทุกครั้งที่คุณเลือกออกเดินทางแบบ Meaningful Travel ไปกับโครงการ Cherish Andaman คุณไม่ได้เป็นเพียงแค่นักท่องเที่ยว แต่คุณคือส่วนหนึ่งของฟันเฟืองสำคัญ ที่ช่วยขับเคลื่อนให้ชุมชนท้องถิ่นและธรรมชาติของเมืองไทย เติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน